“กระทิงดุ”ยุคใหม่

   “กระทิงดุ” ถูกเคยตราหน้า และได้ฉายาว่าหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อมมาก่อน เนื่องจากพวกเขาไม่เคยได้แชมป์รายการใหม่เลย จนกระทั่งมาคว้าแชมป์ยูโร 2008 ได้สำเร็จในยุคการคุมทีมของหลุยส์ อาราโกเนส กุนซือผู้ล่วงลับไปแล้ว และเป็นบิเซ็นเต้ เดล บอสเก้ อดีตกุนซือของเรอัล มาดริดที่เข้ามาต่อยอดทีมชุดนั้น และยังสามารถพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาได้สำเร็จ รวมถึงฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 2012 ที่ประเทศยูเครนกับโปแลนด์เป็นเจ้าภาพร่วมกันด้วย ซึ่งทำให้พวกเขาลบคำสบประมาทไปได้จนสิ้น แต่หลังจากนั้นมาพวกเขาก็เหมือนจะถูกอาถรรย์เล่นงานอีกครั้ง เมื่อต้องตกรอบแรกฟุตบอลโลกที่บราซิล และรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโรที่ฝรั่งเศส ทำให้เดล บอสเก้ต้องอำลาตำแหน่งไป และดันจูเลน โลโปเตกีเข้ามาคุมทีมแทน แต่แล้วกุนซือวัย 51 ปีก็ดันไปหักหลังสมาคมฟุตบอลสเปนด้วยการไปเซ็นต์สัญญาล่วงหน้ากับเรอัล มาดริดก่อนเริ่มฟุตบอลโลก 2018 เพียง 2 วันจนทำให้โดนปลดจากตำแหนง และเป็นเฟร์นานโด เอียร์โร่ ที่เข้ามารับเผือกร้อนแทน และด้วยความไม่เคยมีประสบการณ์ในการคุมทีมข้างสนามมาก่อน ทำให้ผลงานก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น

ทีมชาติสเปนในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นทีมที่ดีแต่ป้อ และเข้าทำไม่เป็น คือเอาแต่ส่งบอลกันไปมาเหมือนเล่นลิงชิงบอล จนการส่งบอลในเกมที่พบกับทีมชาติรัสเซียในรอบ 16 ทีมสุดท้ายกลายเป็นการส่งบอลที่มีสถิติมากที่สุดในโลก ซึ่งมันเห็นผลเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น แต่คุณภาพนั้นทบไม่มี เพราะสิ่งสำคัญสำหรับเกมฟุตบอลคือประตู ที่ต้องเป็นจุดมุ่งหมายของการบุกในแต่ละครั้ง

โดยหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์ได้ไม่นาน ทีมชาติสเปนก็แต่งตั้งหลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตกุนซือของโรม่า และบาร์เซโลน่าเข้ามารับตำแหน่งแบบถาวร ซึ่งเอ็นริเก้ถือเป็นกุนซือที่ต่อยอดในสิ่งที่เป็ป กวาดิโอล่าสร้างไว้กับบาร์เซโลน่าได้อย่างดี ทั้งการต่อบอลแบบติกิ ตาก้า หรือทรงเกมต่างๆ แทบจะถอดแบบมาจากกวาดิโอล่าเลยทีเดียว และต้องมาดูกันว่าทีมชาติสเปนยุคใหม่จะเรียกใครมาติดทีมชาติบ้าง เพราะตัวเลือกของพวกเขานั้นเยอะมาก และมีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสูง ซึ่งอาจจะได้เห็นนักเตะหน้าใหม่ๆ เข้ามาติดธง และที่ต้องเปลี่ยนแน่ๆ แล้วคือตัวแทนของอันเดรส อิเนสต้า ที่ประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติสเปนไปแล้ว