ตัวเป้าที่หายไป

    ทีมชาติเยอรมันที่ประสบความล้มเหลวอย่างหนัก เมื่อต้องตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่พวกเขาตกรอบแรกด้วย ทำให้นักเตะหลายคนตกเป็นแพะรับบาปจากหตุการณ์นี้ อย่าเงเช่นเมซุต โอซิล กองกลางเพลย์เมคเกอร์ของทีมเป็นต้น ที่ก็ได้ประกาศอำลาการเล่นให้ทีมชาติเยอรมันหลังจากจบฟุตบอลโลกได้ไม่นาน ถึงแม้ว่าจะมีเหตุปัจจัยอื่นมาเกี่ยข้องด้วยก็ตาม แต่หากได้ดูทีมชาติเยอรมันเล่นทั้ง 3 นัดในรอบแรก จะเห็นได้ว่าสิ่งที่พวกเขาขาดหายไปจากยุคก่อนๆ ที่พวกเขาประสบความสำเร็จก็คือการที่ทีมชุดนี้ไม่มีกองหน้าตัวเป้าที่ไว้ใจได้ในการจบสกอร์อยู่ในทีมชุดนี้เลย

โยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ของทีมชาติเยอรมันได้ได้ประกาศ 23 นักเตะที่ได้ทำศึกฟุตบอลโลก 2018 ก่อนทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มต้นขึ้นไม่นาน โดยกุนซือวัย 58 ปี เรียกนักเตะในตำแหน่งกองหน้ามาติดทีมทำศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาเพียง 4 คนเท่านั้น คือติโม แวร์เนอร์ กองหน้าดาวรุ่งวัย 22 ปีจากไลป์ซิก ที่ถูกคาดหวังเป็นอย่างมากก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มต้นขึ้น และได้สวมหมายเลข 9 ของทีมชุดนี้ด้วย คนต่อมาคือมาร์โก รอยส์ ตัวรุกจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ รวมถึงโธมัส มุลเลอร์ ตัวรุกจากบาเยิร์น มิวนิค และมาริโอ โกเมซ กองหน้าตัวเก๋าวัย 33 ปีจากเฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ต ซึ่งเอาเข้าจริงๆ มีเพียงมาริโอ โกเมซเท่านั้นที่เป็นกองหน้าในสไตล์ที่เป็นตัวเป้าขนานแท้ ส่วนในรายของมุลเลอร์ และมาร์โก รอยส์นั้นเห็นกันอยู่ว่าพวกเขาถนัดที่จะยืนในตำแหน่งริมเส้นเสียมากกว่า ส่วนติโม แวร์เนอร์ ก็ได้แสดงให้เห็นในทัวร์นาเม้นต์นี้ว่าเขาไม่สามารถยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าให้ทีมได้ และไม่ควรฝากความหวังไว้กับเขาด้วยซ้ำ เมื่อไม่สามารถทำอันตรายให้ทีมได้เลยยามอยู่ในกรอบเขตโทษ กลับกันคือเขาจะมีความหวือหวาขึ้นหากถ่างออกมาเล่นทางด้านข้างมากกว่า ซึ่งเป็นนักเตะในสไตล์ที่นักเตะยุคใหม่จะถนัดแบบนี้มากกว่า

ในยุคที่ทีมชาติเยอรมันประสบความสำเร็จในฟุตบอลยูโร 96 พวกเขาก็มีโอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ กองหน้าจอมโขกยืนเป็นตัวเป้า และเจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เป็นตัวเป้า ส่วนในฟุตบอลโลก 2014 ที่พวกเขาคว้าแชมป์โลกได้ก็มีมิโรสลาฟ โคลเซ่ ดาวซัลโวตลอดกาลของฟุตบอลโลกยืนปักหลักเป็นกองหน้าตัวเป้าของทีม