ผลผลิตที่ทันยูโร

     ทีมชาติอังกฤษในชุดทำศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ที่พวกเขาผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1990 โดยในทัวร์นาเม้นต์นี้พวกเขาทำได้เพียงอันดับที่ 4 เท่านั้น แต่ก็ถือว่ามาไกลกว่าที่แฟนบอลอังกฤษคาดไว้มาก เนื่องจากนักเตะชุดนี้มีแต่บรรดานักเตะดาวรุ่งเป็นแกนหลัก โดยแกเร็ธ เซาต์เกธ กุนซือหนุ่มของทีมชาติอังกฤษมีการเรียนักเตะประสบการณ์สูงที่อายุเกิน 30 ปีมาที่รัสเซียเพียง 3 คนเท่านั้น คือแอชลี่ย์ ยัง แบ็คสารพัดประโยชน์จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดวัย 32 ปี แกรี่ เคฮิลล์ กองหลังวัย 31 ปีจากเชลซี และเจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าตัวเก่งจากเลสเตอร์ ซิตี้วัย 31 ปี ส่วนนอกนั้นล้วนแต่เป็นนักเตะอายุ 24-27 ปีเป็นส่วนใหญ่ ทำให้พวกเขาจะสามารถใช้ผู้เล่นชุดนี้ทำศึกฟุตบอลยูโร 2020 ในอีก 2 ปีข้างหน้าได้เกือบทั้งหมด โดยอาจจะตัดตัวที่อายุเกิน 30 ปีในชุดนี้ออกจากทีมไป เนื่องจากอีก 2 ปีคงจะสภาพร่างกายโรยรากว่านี้ และให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งก้าวขึ้นมาติดทีมแทน ซึ่งทีมชาติอังกฤษพึ่งไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และ 20 ปีมาได้เมื่อปีที่แล้วด้วย ซึ่งในอีก 2 ปีข้างหน้าอาจจะมีใครสุกงอมขึ้นมาพอดีก็ได้

            โดยหากลองตัดแค่ 3 นักเตะที่แก่เกินแกงในอีก 2 ปีข้างหน้าออกไป เท่ากับว่าทีมชาติอังกฤษอาจจะต้องมองหากองหลังหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมอีก 2 ราย และกองหน้าเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งตอนนี้ในส่วนตำแหน่งปราการหลังตัวกลางที่จะมาแทนแกรี่ เคฮิลล์นั้น ดูเหมือนว่าแกเร็ธ เซาต์เกธจะค้นพบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือโจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่งวัย 21 ปีของทางลิเวอร์พูลนั่นเอง ซึ่งกำลังมาแรง และได้รับคำชมเป็นอย่างมากในช่วงต้นฤดูกาลที่จับคู่กับเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ กองหลังฮอลแลนด์ได้อย่างลงตัว ส่วนตำแหน่งแบ็คซ้ายนั้นก็มีอยู่ในข่ายเหมือนกัน ซึ่งต้องดูว่ากุนซือวัย 47 ปีจะลองเรียกมาติดทีมดูหรือไม่ นั่นก็คือเบน ชิลเวลล์ แบ็คซ้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้นั่นเอง หรือว่าจะเป็นทางไรอัน เซสเซญง ดาวรุ่งวัย 18 ปีของทางฟูแล่มก็ได้ ซึ่งมีโอกาสไม่น้อยที่จะเป็น 2 รายนี้ ส่วนกองหน้าที่จะเข้ามาเสียบแทนโควต้าของเจมี่ วาร์ดี้นั้น จนถึงตอนนี้ยังมองไม่ออกว่าจะมีใครเข้ามาแทนได้ ซึ่งต้องลองดูว่าดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าวัย 28 ปีในอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีสภาพร่างกาย และฟอร์มการเล่นเป็นอย่างไร

เรียบเรียงโดย 918kiss