“อินทรีย์เหล็ก” ที่ถึงเวลาเปลี่ยน

    เป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่ทีม “อินทรีย์เหล็ก” ทีมชาติเยอรมันมีบุนเดสเทรนเนอร์ชื่อโยอาคิม เลิฟ เป็นกุนซือ หลังจากที่เขาเคยเป็นมือขวาของเจอร์เก้น คลิ๊นส์มันน์ในศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศพวกเขาเป็นเจ้าภาพ และทำได้เพียงแค่อันดับที่ 3 เท่านั้น ทำให้หลังจากนั้นมาโจอาคิม เลิฟ ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเทรนเนอร์ตั้งแต่บัดนั้น ซึ่งเป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่เขาคุมทีมชาติเยอรมันมา ซึ่งมีช่วงเวลาที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จแบบสุดๆ เมื่อปี 2014 ที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิลได้สำเร็จ ซึ่งทัวร์นาเม้นต์นั้นพวกเขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดตลอดทัวร์นาเม้นต์ โดยสามารถบุกถล่มทีมชาติบราซิลแบบยับเยิน 7-1 ด้วย

แต่หลังจากนั้นมาทีมชาติเยอรมันของโยอาคิม เลิฟ ที่ปัจจุบันอายุถึง 58 ปีแล้ว ก็ค่อยๆ ทำผลงานแย่ลงเรื่อยๆ โดยพวกเขายังคงแข็งแกร่งในรอบคัดเลือกอยู่ และมักทำสถิติเก็บชัยชนะได้หมดโดยตลอด แต่ในรอบสุดท้ายของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ฝรั่งเศสพวกเขาก็ต้องพ่ายให้กับทีมเจ้าภาพแบบสู้ไม่ได้ 0-2 ในรอบรองชนะเลิศ ส่วนในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาก็เป็นอย่างที่ทราบกันว่าพวกเขาตกรอบแรกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกเลยทีเดียว ซึ่งกลายเป็นบ๊วยของกลุ่มด้วยซ้ำ เมื่อแพ้ให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ 0-2 ในนัดสุดท้าย ซึ่งหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลกก็มีแฟนบอลหลายคนคิดว่าทางเดเอฟเบ หรือสมาพันธ์ฟุตบอลเยอรมันจะทำการปลดโยอาคิม เลิฟ ออกจากตำแหน่งบุนเดสเทรนเนอร์ แต่ว่าสุดท้ายก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะทำการปลดกุนซือรายนี้ออกจากตำแหน่งเสียที แม้ว่าทีมชาติเยอรมันจะฟอร์มดิ่งลงเหวลงเรื่อยๆ โดยในทัวร์นาเม้นต์ล่าสุดอย่างศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกที่ผ่านมา ทีมชาติเยอรมันก็กลายเป็นบ๊วยของกลุ่ม 1 ในลีก เอ เมื่อมีเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างทีมชาติฝรั่งเศส และทีมชาติฮอลแลนด์ และทีม “อินทรีย์เหล็ก” ก็ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยใน 4 นัดของกลุ่มนี้ และก็ต้องเป็นบ๊วยของกลุ่มอีกครั้ง และในทัวร์นาเม้นต์หน้าพวกเขาก็ต้องไปเริ่มกันที่ลีก บีด้วย ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ย่ำแย่มมากๆ ของทีมชาติเยอรมันในระยะหลังมานี้ โดยชัยชนะในระยะหลังของเยอรมันก็คือเกมที่ทำการอุ่นเครื่องหรือกระชับมิตรเท่านั้น ส่วนแมตช์อย่างเป็นทางการที่เอาชนะได้ครั้งล่าสุดก็คือเกมที่พลิกเอาชนะทีมชาติสวีเดนได้ในศึกฟุตบอลโลกนัดที่ 2 นั่นเอง ซึ่งควรถึงเวลาเปลี่ยนแปลงของทีมชาติเยอรมันแล้วในตอนนี้