ฝากอนาคตไว้กับเซาต์เกธ

  หลังจากที่พาทีมชาติอังกฤษประสบความสำเร็จในศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย ทำให้แกเร็ธ เซาต์เกธ กุนซือทีมชาติอังกฤษกำลังเนื้อหอมในวงการฟุตบอลอังกฤษเป็นอย่างมาก โดยว่ากันว่ามีทีมระดับสโมสรสนใจจะคว้าตัวไปคุมทีม หลังจากที่เขาพาทีมชาติอังกฤษคว้าอันดับที่ 4 ในศึกฟุตบอลโลกได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีเลยทีเดียวที่ทีมชาติอังกฤษสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ซึ่งครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นคือฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลีเป็นเจ้าภาพเมื่อ 28 ปีก่อน ด้วยเหตุผลนี้ทำให้กุนซือวัย 47 ปีเนื้อหอม และเป็นที่หมายปองในระดับสโมสรที่จะดึงตัวเขาไปคุมทีม ซึ่งสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ ก็เริ่มกังวลกับสถานการณ์นี้แล้วด้วย เนื่องจากทางสมาคมฟุตบอลของอังกฤษเกรงว่าจะไม่สามารถสู้ค่าเหนื่อยของอดีตนักเตะทีมมิดเดิ้ลสโบรห์ แอสตัน วิลล่า และคริสตัล พาเลซได้ เนื่องจากทุนจากสโมสรนั้นมีมากกว่าสมาคมอย่างแน่นอน ทำให้เซาต์เกธอาจจะเลือกไปคุมทีมสโมสรได้หากหมดสัญญาการคุมทีมชาติอังกฤษไปแล้ว ซึ่งสัญญาของเขายังเหลืออีก 2 ปี ซึ่งจะไปจบกันหลังจากศึกฟุตบอลยูโร 2020 โดยเขาเซ็นต์สัญญากับสมาคมฟุตบอลอังกฤษไว้ 4 ปีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2016

รายงานข่าวมีการระบุว่าตอนนี้ค่าจ้างที่กุนซือทีมชาติอังกฤษได้รับนั้นตกอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านปอนด์ต่อปี และบวกผลงานหรือความสำเร็จก็จะได้ประมาณ 2.5 ล้านปอนด์ ซึ่งก็เป็นเรตที่เท่ากับแซม อัลลาไดซ์ และรอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือทีมชาติอังกฤษคนก่อนหน้านี้ได้รับ แต่หากย้อนกลับไปเทียบกับฟาบิโอ คาเปลโล่ ที่ได้รับปีละ 4 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งก็ถือว่ามากในระดับหนึ่งกับการเป็นกุนซือระดับทีมชาติ แต่หากว่าไปเทียบกับเงินที่จะได้กับการคุมทีมระดับสโมสรแล้วต้องบอกเลยว่าเงินที่กุนซือวัย 47 ปีได้รับตอนนี้นั้นน้อยนิดเหลือเกิน หากไปเทียบกับโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือเป็ป กวาดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้กันไปคนละ 15 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งฝีมือของกุนซือทีมชาติอังกฤษรายนี้คงจะยังได้ไม่ถึงระดับนั้นก็จริง แต่คาดว่าอย่างน้อยๆ เขาน่าจะได้รับข้อเสนอปีละ 6 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว เหมือนอย่างที่แซม อัลลาไดซ์ได้กับเอฟเวอร์ตันเมื่อช่วงกลางฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมโบนัสในการพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นด้วยซ้ำ ซึ่งหากมีข้อเสนอมาจริงคงไม่ต้องถามว่ากุนซือหนุ่มรายนี้จะเลือกไปทางไหน