เบลเยี่ยมยังต่อยอดได้อีก

    วงการฟุตบอลยุโรปต่างจับตามองทีมชาติเบลเยี่ยมมาซักระยะหนึ่งแล้ว และมีการคาดหมายว่า “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” จะประสบความสำเร็จในเวทีนานาชาติในเร็ววันนี้ เนื่องจากพวกเขาอยู่ในยุคโกลเด้น เจเนเรชั่น ที่บรรดานักเตะดาวรุ่งต่างก้าวขึ้นมากลายเป็นนักเตะระดับเวิร์ลด์ คลาสส์ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน และทันกันในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้งพอดี ซึ่งเหล่านักเตะในทีมชาติเบลเยี่ยมต่างค้าแข้งอยู่ตามทีมชั้นนำในแต่ละลีก โดยเฉพาะในศึกพรีเมียร์ลีกขออังกฤษ ที่มีดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมอาศัยอยู่มากที่สุด

ผลงานของทีมชาติเบลเยี่ยมเริ่มไปได้สวยในยุคของมาร์ค วิลม็อตส์ กุนซือหนุ่มซึ่งเคยเป็นอดีตตำนานดาวเตะของเบลเยี่ยมด้วย ที่เข้ามาทำทีมชาติเบลเยี่ยมทำศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล และสามารถพาทีมผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนที่จะพ่ายให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่า 0-1 จากประตูชัยของกอนซาโล่ อิกวาอินตั้งแต่ช่วงต้นเกม และทัวร์นาเม้นต์ต่อมาก็คือศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพวกเขาก็ทำได้เพียงถึงรอบแปดทีมสุดท้ายเช่นกัน เมื่อพ่ายให้กับทีมชาติเวลส์ 1-3 และนั่นก็เป็นนัดสุดท้ายในการคุมทีมของมาร์ค วิลม็อตส์ ก่อนจะถูกสมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยมไล่ออกหลังจากจบทัวร์นาเม้น

และถึงแม้ว่าทีมชาติเบลเยี่ยมจะทำได้ดีขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ก็ต้องพ่ายให้กับทีมชาติฝรั่งเศสในที่สุด แต่พวกเขาก็ยังมีอนาคตที่สุดใสรออยู่ เพราะขุมกำลังของพวกเขายังพร้อมสำหรับศึกยูโร 2020 ในอีก 2 ปีข้างหน้าได้อย่างสบาย เพราะตัวหลักอย่างเอแดน อาซาร์ เควิน เดอ บรอยน์ โรเมลู ลูกากู หรือยานนิค การาสโก้ ในอีก 2 ปีข้างหน้าก็ยังอายุไม่ถึงเลข 3 ซักคน จะมีก็เพียงดรีส์ เมอร์เท่น แว็งซ็องต์ กอมปานี กับแยน แฟร์ต็องเก้น ที่ในอีก 2 ปีข้างหน้าอาจจะเป็นช่วงขาลงของพวกเขาแล้ว แต่อาจจะมีดาวรุ่งรายใหม่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนได้พอดีก็ได้ เพราะผู้เล่นชุดที่โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติเบลเยี่ยมคนปัจจุบันเรียกมาติดทีม ก็มีบรรดาดาวรุ่งก้าวขึ้นมาติดทีมบ้างแล้ว เพียงแค่รอเวลาบ่มเพาะประสบการณ์เท่านั้น และอาจจะเบ่งบานพอดีกับศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในอีก 2 ปีข้างหน้าก็ได้ ตอนนี้ทีมชาติเบลเยี่ยมยังมองเห็นโอกาสในการต่อยอดจากผู้เล่นชุดนี้ได้อีก อย่างน้อยผู้เล่น 23 คนที่เรียกติดทีมคราวนี้ น่าจะมีชื่อติดทีมในศึกฟุตบอลโลก 2022 ไม่ต่ำกว่า 10 คนเลยทีเดียว